ฟีฟ่า.com » จัดอันดับ » บทสรุปของลิเวอร์พูลทั้ง 16 ข้อ จากเกมสนามแอนฟิลด์ที่ทุกคนต้องรู้

บทสรุปของลิเวอร์พูลทั้ง 16 ข้อ จากเกมสนามแอนฟิลด์ที่ทุกคนต้องรู้

17 เมษายน 2018
1019   0

บทสรุปของลิเวอร์พูลทั้ง 16 ข้อ จากเกมที่แอนฟิลด์ ที่ทุกคนต้องรู้ บทสรุปของลิเวอร์พูลทั้ง 16 ข้อ จากเกมที่แอนฟิลด์ ที่ทุกคนต้องรู้

เป็นเกมที่มีชอยส์เดียวคือ ลิเวอร์พูลต้องทำประตูเพื่อชนะเท่านั้น

และก็ทำได้ตามเป้า ค่อยๆ บด และยิงเม็ด 1 เม็ด 2 เม็ด 3 ปิดเกม บอร์นมัธ อาจพยายามวางแผนดีที่สุดแล้ว แต่การมาเจอลิเวอร์พูลที่กำลังมั่นใจขนาดนี้ ในเวลานี้ มันยากเกินไปจริงๆ และนี่คือบทสรุป 16 ข้อ จากเกมที่แอนฟิลด์

1.  อีกนานมาก กว่าจะถึงคิวเตะกับโรม่า ดังนั้น ลิเวอร์พูลไม่จำเป็นต้องพักตัวผู้เล่นใดๆ ทั้งสิ้นอีแล้ว ส่งชุดใหญ่ลงสนามไปเลย ซาลาห์, ฟีร์มีโน่, มาเน่ มากันครบ กับระบบเดิมๆ ที่คุ้นเคย 4-3-3

2. เกมนี้บอร์นมัธ วางหมากมาได้น่าสนใจ พวกเขาใช้นาธาน อาเก้ ประกบ โม ซาลาห์ แบบไปไหนไปด้วย อาจจะปล่อยให้มาเน่ กับฟีร์มีโน่ ได้เล่น แต่กับซาลาห์ บอร์นมัธยอมเสียผู้เล่นไปคนนึงเลย เพื่อดักทางโดยเฉพาะ

3. แต่ลิเวอร์พูลรู้ดีว่า บอร์นมัธต้องมาประกบซาลาห์แน่ๆ ดังนั้น จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของซาลาห์เลี้ยงลุยไปเหมือนเดิม คงไม่ได้ ดังนั้นเกมนี้ หงส์แดงจึงใช้แผนสองอย่าง เพื่อเล่นงานบอร์นมัธให้ราบคาบ

4. แผนแรก คือการตักบอลจากกองกลาง โดยเฉพาะจากกัปตันทีมจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ใช้การวางบอลระยะกลาง ตักเข้าไปในเขตโทษ เพื่อทำให้แนวรับของบอร์นมัธสับสน ซึ่งก็เป็นที่มาของประตูแรกด้วย เราจะเห็นเกมนี้ เฮนเดอร์สัน โยนแล้วโยนอีก ซึ่งแน่นอน ว่าเป็นคำสั่งของผู้จัดการทีมอยู่แล้ว ให้เล่นในสไตล์นี้

5. ส่วนแผนที่ 2 คือ ใช้ เกเก้นเพรสซิ่ง ซึ่งเป็นไม้ตายก้นหีบของเจอร์เก้น คล็อปป์ ทันทีที่หงส์บุกอยู่แล้วเสียบอล แทนที่จะถอยลงมาเล่นเกมรับทั้งทีม แต่แผนของคล็อปป์ คือวิ่งเพรสซิ่งไล่บอล เพื่อแย่งบอลกลับคืนมาในทันที ซึ่งเราจะเห็นในเกมนี้หลายครั้งมาก ที่ลิเวอร์พูลเสียบอล แต่ไม่กี่วิก็แย่งคืนกลับมาได้ และเกือบทำประตูได้หลายครั้ง

บทสรุปของลิเวอร์พูลทั้ง 16 ข้อ จากเกมที่แอนฟิลด์ ที่ทุกคนต้องรู้

บทสรุปของลิเวอร์พูลทั้ง 16 ข้อ จากเกมที่แอนฟิลด์ ที่ทุกคนต้องรู้

6. แมนออฟเดอะแมตช์ในเกมนี้ ถือว่าเลือกยาก เพราะเด่นหลายคน มาเน่ก็เยี่ยม, เฮนโด้ก็ยอด แต่ถ้าต้องเลือกแค่คนเดียว คนนั้นควรเป็นเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เขาสกัดกั้นเกมริมเส้นของบอร์นมัธอย่างเด็ดขาด นอกจากนั้น จังหวะเติมเกมรุกขึ้นมา ก็คล่องแคล่ว แข็งแกร่งไม่มีใครเอาอยู่ บวกกับทีเด็ดจากการแอสซิสต์ให้ซาลาห์โหม่งอีก โดยรวมเขาเด่นมากจริงๆ ในเกมนี้

7. ถ้าเล่นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เทรนต์ มีสิทธิติดทีมชาติอังกฤษไปฟุตบอลโลกได้ ตอนนี้แบ็กขวาอังกฤษ มีคีแรน ทริปเปียร์ กับ ไคล์ วอล์กเกอร์ ที่เป็นสองตัวหลัก โดยมีนาธาเนียล ไคลน์ เป็นตัวสอดแทรก แต่ในเมื่อไคลน์ยังไม่หายเจ็บดี เทรนต์ ก็ถือว่าเป็นชอยส์ที่น่าสนใจมาก มีโอกาสสอดแทรกทีมสิงโตคำรามแน่นอน

8. ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะซื้ออ็อกซ์ ผมเคยสบประมาทแชมเบอร์เลนไว้ครับ ว่าไม่เหมาะกับการเล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง ผมยกสถิติออกมาแล้วชี้ว่า ในช่วง 3 ปีหลังสุดกับอาร์เซน่อล เขาเล่นมิดฟิลด์ตัวกลางแค่ 12 เกมเท่านั้น แถมน้ำหนักตัวก็เบามากไม่ถึง 70 กก. จะไปเอาแรงปะทะจากไหน แต่กาลเวลามันทำให้ผมรู้ว่า ตัวเองคิดผิด เพราะอ็อกซ์เล่นกองกลางได้จริงๆ

9. คล็อปป์ พัฒนาอ็อกซ์ให้เปลี่ยนสไตล์การเล่นอย่างชัดเจนมาก ตอนอยู่อาร์เซน่อล เขาเล่นปีกขวาเป็นหลัก (3 ปีหลังสุด อ็อกซ์เล่นปีกขวา 67 นัด จาก 108 นัด) แต่พอมาลิเวอร์พูล คล็อปป์จับอ็อกซ์เล่นมิดฟิลด์ แต่สามารถดันขึ้นไปแทนตำแหน่งของ ฟีร์มีโน่,ซาลาห์ หรือมาเน่ได้ด้วย เราจะสังเกตได้ว่า เวลามาเน่ ถอยลงมาเล่นเพลย์เมกเกอร์ อ็อกซ์จะโดนดันไปเล่นปีก สลับตำแหน่งกับมาเน่เลย คือเขาเป็นกองกลางที่มีพลังขับเคลื่อนสูงมาก และเมื่อต้องไปยืนปีก ก็ทำได้ดี เพราะเคยเล่นมาก่อนแล้ว

10. ว่ากันตรงๆ ราคาอ็อกซ์ 35 ล้าน ตอนนี้ไม่แพงเลย เขาเป็นตัวที่ยืดหยุ่นแผนการเล่นได้ดีมาก ลงเล่นได้หลายพื้นที่ในสนาม ถือว่าคุ้มเงินที่หงส์จ่ายไป

11. ซาดิโอ มาเน่ เล่นได้ดีตามมาตรฐาน สไตล์การเลี้ยงของเขาเป็นพวก คาดเดาอะไรไม่ได้เลย อยากฉีกไปทางไหนก็ฉีก ซึ่งทำให้คู่แข่งมึนงง นอกจากนั้น มาเน่ ยังมีปฏิกริยาต่อบอลที่ไวมาก ทันที่ล้มลงไป แต่เมื่อเห็นบอลเด้งมา เขาจะมีปฏิกริยาก่อนใคร ซึ่งก็เป็นที่มาของลูกนำ 1-0

บทสรุปของลิเวอร์พูลทั้ง 16 ข้อ จากเกมที่แอนฟิลด์ ที่ทุกคนต้องรู้

บทสรุปของลิเวอร์พูลทั้ง 16 ข้อ จากเกมที่แอนฟิลด์ ที่ทุกคนต้องรู้

12. ส่วนซาลาห์ วันนี้ทำประตูได้จากลูกโหม่ง จริงๆเขาเป็นคนที่โหม่งได้เก่งคนหนึ่งเลยทีเดียว เกมกับเลสเตอร์ ที่คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยมก็โหม่งอย่างสวย สิ่งที่ผมชอบมาก คือ ซาลาห์ทั้งๆที่โดนประกบแน่นขนาดนั้น แต่ก็ยังหาช่องเอาตัวมาทำประตูได้อีก โดยสถิติสูงสุดของพรีเมียร์ลีกคือ 34 ลูกในซีซั่นเดียว (แอนดี้ โคล, อลัน เชียเรอร์) ตอนนี้เหลืออีก 4 เกม ซาลาห์ยิงไปแล้ว 30 ลูกในพรีเมียร์ลีก เขามีสิทธิทำลายสถิติได้จริงๆ

13. จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้คืนสนามหลังพ้นโทษแบนในเกมยุโรป เขาเล่นได้ดีทีเดียว เกมรับเล่นได้แกร่งขึ้น นอกจากนั้น ยังใช้จุดเด่นของตัวเองให้เป็นประโยชน์ คือวางบอลสั้นสลับยาว เกมนี้ไม่มีข้อตำหนิ เขาทำหน้าที่ทุกอย่างดีหมด

14. ส่วนเกมรับก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ตามจ๊อบ คือไม่เสียประตู ใน 12 เกมหลังสุด หงส์เก็บคลีนชีทไป 8 นัด คาริอุส เซฟโอกาสยิงแค่ครั้งเดียวในเกมของบอร์นมัธได้สวย ส่วนแนวรับทุกคนรู้หน้าที่ ไม่มีข้อผิดพลาดอะไรให้ตำหนิ

15. สำหรับตำแหน่งเดียวที่ตอนนี้เจ็บไม่ได้ ไม่มีคนแทน นั่นคือเซ็นเตอร์แบ็ก ในเมื่อมาติปปิดฤดูกาลไปแล้ว หงส์จึงเหลือแค่ฟาน ไดค์ กับ ลอฟเรน ที่ไว้ใจได้และจะต้องออกสตาร์ตทุกนัดที่เหลือทั้งหมด เพราะ คลาวาน ยังไงก็ลงเกมสำคัญไม่ได้ ดังนั้น อย่างเดียวที่แฟนหงส์ทำได้ คือ ฟาน ไดค์ กับ ลอฟเรน อย่าเจ็บไข้ได้ป่วยในช่วง 1 เดือนต่อจากนี้

16. เกมนี้ เป็นโจทย์ที่หงส์ต้องชนะอยู่แล้ว เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ประเด็นที่น่าสนใจจะอยู่ที่เกมต่อไปนี่ล่ะ ที่หงส์จะไปเยือนเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน จะส่งซาลาห์ลงลุ้นดาวซัลโวไหม ไหนๆก็เจอบ๊วย หรือ จะพักเอาไว้ทั้งหมด แล้วส่งสำรองลง เพราะอีกแค่ 4 วันต่อจากนั้น ก็ต้องเจอโรม่า น่าสนใจดี ว่าคล็อปป์จะวางแผน และจัดไลน์อัพอย่างไรในนัดนั้น

 

เว็บ แทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ต้อง CASATHAI98  เว็บพนันบอล ที่ดีที่สุด  เปิดให้บริการ แทงบอลออนไลน์

อย่างเป็นทางการ ไม่ผ่านเอเย่น ฝาก-ถอน ไม่เกิน 5 นาที    เปิดบริการ 24 ชั่วโมง   สมัครแอดไลน์ไอดี CASATHAI