ฟีฟ่า.com » ตำนานเล่าขาน » พระแม่อุมาเทวี เทวีมหาอำนาจ ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล

พระแม่อุมาเทวี เทวีมหาอำนาจ ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล

4 ตุลาคม 2018
1223   0

ตำนาน พระแม่อุมาเทวี (พระปารวตี) ปั้นเหงื่อไคลให้เป็นพระบุตร

ครั้งหนึ่งนางชยาและนางวิชยาพระสหายของพระอุมาได้ทูลเสนอว่าพระองค์น่าจะมีข้าทูลฉลองพระองค์ของพระเองค์เองดีกว่าจะใช้เทพบริวารของพระศิวะ พระอุมาฟังแล้วก็ไม่ได้ติดใจอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่พระอุมากำลังสรงน้ำอยู่ในอุทยาน พระศิวะก็เข้าไปในที่นั่นโดยไม่ได้บอกกล่าว ทำให้พระเทวีต้องเสด็จขึ้นถวายความเคารพในสภาพที่ไม่พร้อม พระอุมาจึงทรงคิดได้ว่าพรองค์ควรจะมีเทพบริวารส่วนพระองค์ จึงทรงนำเหงื่อไคลของพระองค์มาปั้นเป็นเทวบุตรรูปงาม ทรงใช้เวทย์มนต์เพื่อให้หุ่นนั้นมีชีวิตขึ้นมา และได้ประทานอำนาจต่างๆ รวมทั้ง เทพศาตราวุธ คือกระบองเหล็กไว้ด้วย

จากนั้นจึงทรงรับสั่งให้เทวบุตรออกไปเฝ้ายังด้านหน้าประตูทางเข้าอุทยาน โดยได้รับสั่งว่าห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาโดยเด็ดขาด เหตุการณ์เป็นเช่นนี้มาโดยตลอดทุกครั้งที่พระแม่อุมาทรงสรงน้ำ ณ อุทยานแห่งนี้ จนกระทั่งเมื่อถึงวันกำหนดเสด็จกลับของพระศิวะ พระองค์ก็เสด็จไปยังห้องสรงน้ำและจะเข้าไปในนั้น จึงพบกับพระกุมารซึ่งไม่ทราบว่านี่คือพระสวามีของพระแม่เจ้า ฝ่ายหนึ่งก็จะเข้าไปในอุทยาน อีกฝ่ายหนึ่งก็ปกป้องมิให้ผู้ใดย่างกรายเข้าไปในอุทยานตามคำสั่งของพระอุมาที่ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงละเมิดเข้าไปยังสถานที่สรงน้ำแห่งนี้ เมื่อเป็นดังนั้นพระศิวะจึงทรงสั่งให้บริวารเข้าต่อสู้เพื่อสังหารเทวบุตรเสียแต่ไม่สามารถเอาชนะได้ ในที่สุดพระศิวะก็ทรงขว้างตรีศูลตัดเศียรเทวบุตร ด้วยอำนาจของเทพศาตราวุธนั้น เศียรที่ขาดไปก็แตกออกอย่างไม่มีชิ้นดี

เมื่อพระแม่อุมทรงทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พระองค์ทรงกริ้วและโมโหพระสวามียิ่ง จนถึงทำศึกใหญ่ระหว่างทั้งสองพระองค์

ร้อนถึงพระฤาษีนารอด (นารท) ต้องออกรับหน้าเจรจาศึกในครานี้ โดยพระอุมาได้กล่าวให้พระศิวะให้พระศิวะผู้สวามีต้องหาหนทางให้เทวบุตรฟื้นชีวิตจึงจะยอมสงบศึกให้ พระศิวะจึงทรงมีคำสั่งเทวดาผู้เป็นบริวารเดินทางไปทิศเหนือ และให้ตัดศีรษะของสิ่งมีชีวิตแรกที่พบเพื่อนำมาต่อให้กับเทวบุตรผู้เป็นโอรส ไม่นานนักเทวดาก็เดินทางกลับมาพร้อมกับนำเศียรช้างที่มีงาเดียว เพื่อมาต่อให้พระโอรส ซึ่งต่อมาจึงทรงตั้งพระนามใหม่คือ คชานะ (มีหน้าเป็นช้าง) และเอกทันต (ผู้มีงาเดียว) เมื่อได้ชุบชีวิตฟื้นแล้วพระอุมาจึงทรงเล่าเรื่องราวต่างๆให้ทั้งสองพระองค์ได้ฟังว่าทั้งสองพระองค์ทรงเป็นพระบิดาและพระโอรส ซึ่งฝ่ายโอรสได้ฟังดังนั้นถึงกับหมอบกราบขออภัยโทษเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตน พระศิวะทรงพอพระทัยยิ่งนักถึงกับประทานพรให้พระโอรส ให้เป็นผู้มีอำนาจเหนือเหล่าภูตผีทั้งปวง และทรงประทานพระนามใหม่อีกพระนามว่า คณปติ ผู้เป็นใหญ่ในที่สุด