ฟีฟ่า.com » ตำนานเล่าขาน » บั้งไฟพญานาค บั้งไฟผี สิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงในวันออกพรรษา

บั้งไฟพญานาค บั้งไฟผี สิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงในวันออกพรรษา

13 ตุลาคม 2018
926   0

บั้งไฟพญานาค บั้งไฟผี สิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงในวันออกพรรษา

อีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงที่ได้ถูกชาวบ้านเรียกว่า บั้งไฟพญานาค หรือเมื่อก่อนเรียกว่า บั้งไฟผี

นั้นเป็นลูกไฟสีแดงอมชมพู ดวงกลมเรืองแสงเล็กๆ พวยพุ่งขึ้นมาจากกลาง ลำแม่น้ำโขง ตรงช่วงรอยต่อของจังหวัดหนองคาย และเมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว ถึงแม้ปัจจุบันนี้จะยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าบั้งไฟพญานาคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ไม่ว่า บั้งไฟพญานาค จะถือกำเนิดขึ้นมาจากไหน สิ่งหนึ่งที่พวกชาวบ้านได้พูดคุยกันเรื่องบั้งไฟพญานาค เห็นจะไม่พ้นเรื่องกล่าวขานที่เกี่ยวกับตำนานพญานาค

ซึ่งชาวบ้านในจังหวัดหนองคาย และประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างประเมศลาว เชื่อกันว่า ลูกไฟสีแดงอมชมพู หรือบั้งไฟพญานาคนี้เกิดจาก พญานาค เป็นผู้สร้างขึ้นมา และจากการเล่าขานของผู้เฒ่าผู้แก่ชาวอีสานที่อยู่ริมฝั่งโขง ได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าใต้ลำน้ำโขงช่วงเขต จังหวัดหนองคาย และเมืองเวียงจันทร์ในประเทศนั้น ในอดีตกาลเป็นเมืองที่สร้างและปกครองเมื่องโดยพญานาค

บั้งไฟพญานาค บั้งไฟผี สิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงในวันออกพรรษา

จุดที่พบบั้งไฟมากที่สุดคือเขต อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นทางออกสู่เมืองมนุษย์ของพญานาค ส่วนเมืองหลวงของพญานาคนั้นอยู่ที่ แก่งอาฮง อำเภอเมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เนื่องจากจุดนั้นเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” หรือบางส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง ซึ่งชาวประมงเคยใช้เชือกผูกก้อนหินหย่อนลงไปในหน้าแล้งแล้ววัดดูปรากฏว่ามีความลึก 99 วาของผู้ใหญ่ ที่ใต้สะดือแม่น้ำโขงนั้นมีถ้ำขนาดใหญ่และเป็นเมืองหลวงของพญานาค เป็นสถานที่อยู่ของราชาพญานาค ที่เป็นจุดศูนย์กลางการปกครองนาคพิภพ โดยถ้ำแห่งนี้สามารถใช้สัญจรไปฝั่งลาวได้โดยจะไปทะลุที่ภูงู ส่วนทางออกอีกด้านก็คือที่ เมืองคำชะโนด บริเวณบ่อน้ำศักด์สิทธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามทางออกที่พญาศรีสุทโธนาคราชได้ทูลขอพระอินทร์เอาไว้ และเป็นเหตุให้บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวไม่เคยเหือดแห้ง เพราะเชื่อมต่กับสะดือแม่น้ำโขงนั่นเอง

บั้งไฟพญานาค บั้งไฟผี สิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงในวันออกพรรษา

ส่วนที่แก่งอาฮงจะมีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคเช่นเดียวกันที่อำเภอโพนพิสัย

แต่ต่างกันที่ลูกไฟของที่นี่จะมีสีเขียวต่างจากที่อื่นที่มีสีออกแดง และพุ่งขึ้นสูงถึง 40 เมตร จนทำให้ทั่วบริเวณสว่างไสวราวกับเป็นตอนกลางวันและจางหายไปในที่สุด ทั้งนี้เรื่องของพญานาค และเมืองบาดาล ก็ได้ไปสอดคล้องกับเรื่องพญานาคในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งได้กล่าวว่า ราชาพญานาค โอฆินทรผู้อยู่อาศัยอยู่ที่สะดือแม่น้ำโขง มีบึตรนามว่ามธุรนาคราช เมื่อเจริญวัยเข้าสู่วัยรุ่นได้ติดตามพระบิดาขึ้นไปบนโลกมนุษย์ เดิมทีพญานาคที่อาศัยอยู่ในเมืองบาดาลนั้นมีนิสัยดุร้าย แต่พอพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนา เลิกนิสัยดุร้าย และคิดจะหันมาออกบวช แต่ก็ติดที่เป็นสัตว์ไม่สามารถบวขได้ เนื่องจากเป็นสัตว์ พญานาคจึงปวารณาตนเป็นพุทธมามะกะ

บั้งไฟพญานาค บั้งไฟผี สิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงในวันออกพรรษา

ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์จนครบ 3 เดือน (1 พรรษา) และเสด็จกลับโลกมนุษย์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ความนี้เมื่อรู้กงพญานาคที่อยู่เมืองบาดาลจึงตั้งใจบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามสติปัญญาและอานุภาพของตน ซึ่งด้วยฤทธานุภาพของพญานาคทำให้สามารถกลั่นดวงประทีปหรือบั้งไฟเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาได้ จึงเกิดเป็นบั้งไฟพญานาคขึ้น ณ สะดือแม่น้ำโขง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ดังนั้น เราจึงเห็นบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นเฉพาะวันออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 นี้เท่านั้น และนี่ก็คือเรื่องราวตำนานบั้งไฟพญานาคยังคงอยู่ ดังนั้นบั้งไฟพญานาคยังเป็นตำนานต่อไปที่แม้ทุกวันนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ทว่าสำหรับคนที่สงสัย อยากรู้ อยากดู อยากเห็น ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือ วันออกพรรษา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 24 ตุลาคม  2561 ก็สามารถเดินทางไปพิสูจน์กับตาตัวเองได้ที่ อ.โพนพิสัย และอำเภอใกล้เคียงในจังหวัดหนองคาย

บั้งไฟพญานาค บั้งไฟผี สิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงในวันออกพรรษา

ส่วนความเชื่อเรื่องพญานาคของคนที่คำชะโนดนั้นก็ไม่แตกต่างจากชาวหนองคายที่เชื่อว่าพญานาคมีจริง

บั้งไฟพญานาค เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแห่งเมืองบาดาล ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ธรรมดา ชาวบ้านละแวกป่าคำชะโนดจึงสร้างทางเดินที่เชื่อมจากโลกภายนอกกับผืนป่าอันศักดิ์สิทธิ์ไว้ด้วยรูปปั้นพญานาค 2 ตัว 7 เศียร นอนเลี้อยยาวไปจนสุดทางเดินราว 300 เมตร เพื่อสะท้อนถึงพลังอำนาจและบารมีของพญานาคราช วันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ชาวบ้านก็มีความเชื่อว่าเป็นวันที่พญานาคจะขึ้นมาหายใจ ดวงไฟสีแดง ที่ผุดกลางบ่อน้ำแล้วลอยขึ้นท้องฟ้า (คล้ายๆ กับบั้งไฟพญานาคผุดกลางลำน้ำโขงที่ จังหวัดหนองคาย) ก็คือลมหายใจพญานาคที่ใครเห็นจะถือว่าเป็นบุญ