ฟีฟ่า.com » ประวัติลูกหนัง » เปิดประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือคนใหม่ของปีศาจแดง

เปิดประวัติ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือคนใหม่ของปีศาจแดง

25 ธันวาคม 2018
769   0

เปิดประวัติการเดินทางของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือขัดตาทัพคนใหม่ป้ายแดงของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจากโดน “ปีศาจแดง” ประกาศแยกทางได้เพียงไม่กี่วัน

โดยกุนซือวัย 45 ปี จะเข้ามารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอย่างน้อยจนจบฤดูกาล 2018/19 ร่วมกับ ไมค์ ฟีแลน อดีตมือขวาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เคยพา “ปีศาจแดง” ผงาดง้ำบนเวที ยุโรป ในช่วง 5 ปีหลังสุดก่อนที่ “ป๋าเฟอร์กี้” จะตัดสินใจวางมือ

จุดเริ่มต้นของการเดินทาง

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกิดที่เมือง คริสเตียนซุนด์ ประเทศ นอร์เวย์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1973 โดยเริ่มต้นเล่นฟุตบอลเป็นเพียงงานอดิเรกกับสโมสร เคลาเซเนนเก้น ทีมระดับดิวิชั่น 3 ของ นอร์เวย์ ก่อนจะโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงจนกระทั่งถูก โมลด์ ทีมในลีกสูงสุดของ นอร์เวย์ ดึงตัวเข้าไปร่วมทัพเมื่อปี 1995

หลังจากที่ โซลชา ในวัย 22 ปี ย้ายมาอยู่กับ โมลด์ ได้ไม่ทันไรก็สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจจนกระทั่งถูกเรียกตัวไปติด ทีมชาตินอร์เวย์(ชุดใหญ่) ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าตัวถูกบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ของ ยุโรป สนใจคว้าตัวเข้ามาร่วมทัพพร้อมกับถูกยกให้เป็น “อลัน เชียร์เรอร์ แห่งนอร์เวย์” ในช่วงเวลานั้น

ก้าวเข้าสู่ โรงละครแห่งความฝัน
ช่วงซัมเมอร์ปี 1996 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจควักเม็ดเงินมูลค่า 1.5 ล้านปอนด์ ดึงตัว โซลชา มาจากสโมสร โมลด์ ก่อนที่เจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่ซีซั่นแรกในสีเสื้อของ “ปีศาจแดง” หลังจากถล่มสกอร์ในลีกไปถึง 18 ประตู พร้อมกับคว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทีมมาครอง และซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบซีซั่น 1996/97

จากผลงานอันร้อนแรงตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งผลให้บรรสาวก “เร้ด อาร์มี่” ตั้งฉายาให้ โซลชา เป็น “เพชรฆาตหน้าทารก” แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตมีขึ้นก็ต้องมีลงเมื่อการถล่มประตูแบบเป็นกอบเป็นกำของดาวยิง ทีมชาตินอร์เวย์ เริ่มไม่ต่อเนื่องส่งผลให้ “ปีศาจแดง” ตัดสินใจทุ่มงบมูลค่าราว 12 ล้านปอนด์ คว้าตัว ดไวท์ ยอร์ค เข้ามาร่วมทีม ท่ามกลางข่าวลือว่า โซลชา อาจย้ายออกจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในเวลาต่อมา

แต่อย่างไรก็ตามสุดท้าย โซลชา ได้ตัดสินใจที่จะอยู่ท้าชิงตำแหน่งตัวจริงกับ “ปีศาจแดง” ต่อไป และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เจ้าตัวเริ่มสร้างชื่อขึ้นมาใหม่ในฐานะ “หัวหอกซูเปอร์ซับ” ด้วยการยิงประตูสำคัญได้บ่อยครั้งจากการลงมาเป็นตัวสำรอง โดยเฉพาะแมตช์ที่เจ้าตัวซัดคนเดียวถึง 4 ประตูภายใน 12 นาที (เอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 8-1) จนสร้างสถิติใหม่ของฟุตบอลอังกฤษขึ้นมา

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับสาวก “เร้ด อาร์มี่” แบบไม่มีวันลืมเลือนคือเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 1998/99 ที่เจ้าตัวถูกส่งลงมาซัดประตูชัยได้ในวินาทีสุดท้ายพาทีมเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ไปอย่างสุดแสนดราม่าด้วยสกอร์ 2 ประตูต่อ 1

เกือบไม่ได้อยู่สร้างตำนานประตูสู่ทริปเปิ้ลแชมป์
ย้อนไปเมื่อปี 1998 ก่อนหน้าที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้รับการทาบทามมาจาก ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ด้วยค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์

ทุกอย่างกำลังเป็นอย่างราบรื่น ประธานสโมสรของทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามในสัญญาเป็นที่เรียบร้อย แต่ตำนานกุนซือปีศาจแดงอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้โน้มน้าวให้ โซลชา อยู่สู้กับทีมต่อไป

“ผู้จัดการทีมเรียกผมเข้าไปที่ออฟฟิศ เขาบอกว่าทั้ง 2 สโมสรได้ตกลงร่วมกันแล้ว แต่เขาไม่ต้องการให้ผมย้ายไป เขาบอกว่าผมยังเป็นส่วนสำคัญในทีมของเขา และยังบอกอีกด้วยว่าการพูดคุยครั้งนี้เป็นเรื่องระหว่างเรา 2 คน” อดีตเพชฌฆาตหน้าทารกกล่าว

“หากเขาบอกว่า ‘เสียใจด้วยที่ต้องเห็นคุณย้ายไป ขอให้โชคดีกับอาชีพค้าแข้ง’ ผมก็อาจจะย้ายไปแล้ว แต่เขาต้องการให้ผมอยู่ต่อ ดังนั้นผมจึงไม่ได้เซ็นสัญญาลงไปในเอกสารที่แฟ็กซ์มา”

สุดท้าย โซลชา ก็อยู่ค้าแข้งกับทีมต่อไป แม้ว่าจะไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีความสำคัญในทีมปีศาจแดงของ เฟอร์กี้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใครเลย

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ประกาศแขวนสตั๊ดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบฤดูกาล 2006/07 พร้อมกับทำสถิติลงสนามรับใช้ “ปีศาจแดง” ไปทั้งหมดทุกรายการ 366 เกม ยิงได้ 126 ประตู ปิดฉากการค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยเวลายาวนานถึง 11 ปี

ก้าวแรกของการคุมทีม
ภายหลังจากที่ โซลชา ประกาศแขวนสตั๊ด เจ้าตัวได้ไปเป็นโค้ชศูนย์หน้าให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนจะถูกแต่งตั้งให้ขึ้นมาเป็น ผู้จัดการทีม ชุดสำรองของ “ปีศาจแดง” พร้อมกับทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการพา แมนฯ ยูไนเต็ด (ทีมสำรอง U23) คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรอง 1 สมัย, แชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรองตอนเหนือ 1 สมัย, แชมป์ แลนคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพ 1 สมัย และแชมป์ แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ อีก 1 สมัย

หลังจากนั้น (ปี 2010-2014) โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้เริ่มจับงานคุมทีมชุดใหญ่ครั้งแรกด้วยการเป็นกุนซือให้กับอดีตต้นสังกัดอย่าง โมลด์ และยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย รวมไปถึงซิวถ้วย นอร์เวย์ คัพ มาได้อีก 1 รายการ

บททดสอบที่แสนสาหัสในลีกอังกฤษ
เข้าสู่ช่วงต้นปี 2014 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ย้ายมารับเผือกร้อนด้วยการคุมทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ พร้อมกับแบกรับภาระกิจในการช่วยให้ต้นสังกัดอยู่รอดบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013/14 แต่สุดท้ายก็ทำได้ไม่สำเร็จเมื่อเจ้าตัวคุมทัพ “บลูเบิร์ด” ลงเล่นเกมลีก 18 นัด (ชนะ3 เสมอ3 แพ้12) ตกชั้นด้วยอันดับสุดท้ายของตาราง

หลังจากนั้น คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ต้องตกชั้นลงไปเล่นในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งผลงานของพลพรรค “บลูเบิร์ด” ยังคงไม่กระเตื้องส่งผลให้ช่วงปลายปี 2014 โซลชา โดนเด้งจากตำแหน่งกุนซือ และกลับไปรับงานคุมทีม โมลด์ อีกครั้งในช่วงเดือน ตุลาคม ปี 2015

คัมแบ็ค โอลด์ แทรฟฟอร์ด
วันที่ 19 ธันวาคม 2018 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผู้จัดการทีม ชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปจนจบฤดูกาล 2018/19 หลังจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ทำผลงานได้น่าผิดหวังโดยเฉพาะความพ่ายแพ้ต่อทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ในศึก “แดงเดือด” ที่สนาม แอนฟิลด์ แบบไร้ทางสู้ด้วยสกอร์ 1-3

สิ่งที่น่าสนใจก่อนการประกาศปลด โชเซ่ มูรินโญ่ พ้นตำแหน่ง คือบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านั้นของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าถ้าหากวันใดได้รับโอกาสเข้ามาเป็นบิ๊กบอสของ “ปีศาจแดง” ตัวเขาพร้อมคืนชีพฟอร์มเทพของ พอล ป็อกบา กองกลางดีกรีแชมป์โลกให้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง ด้วยแผนการให้ มิดฟิลด์ หมายเลข 6 เป็นจุดศูนย์รวมการขับเคลื่อนเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด

งานนี้ต้องมาดูกันว่า การคัมแบ็คกลับมารับหน้าที่ครั้งใหม่ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะทำให้สาวก “เร้ด อาร์มี่” ประทับใจอย่างที่เคยทำไว้ในสมัยที่ยังเป็นนักเตะได้หรือไม่

 

 

 

ขอบคุณ : สปอร์ตเอ็มไทย